เพราะแม้จะบัณฑิตสูงส่งทางปัญญา แต่การมีวิชาก็ไม่ได้ทำให้จิตใจสูงส่งตามทุกรายไป ........................................ ยิ่งได้เจอคนพาลที่เป็นบัณฑิต ได้ทั้งผิดทั้งเหา ก็ทำให้คันคะเยอ ต้องมาช่วยกันเกา ฮีโรมัยซินสักหลอดไหม ........................................... เราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้ เปลี่ยนได้แต่ความคิดของเรา ถอยออกมาดูแลคนที่รักเราเท่าผืนหนัง ปล่อยให้ชังแค่ผืนเสื่อดูแลตัวเองไปเสียดีกว่า .............................................. น่ากลัวจริงๆ กับการทุ่มเทความจริงใจ กระนั้นแล้วแม้ไม่ได้ใจมา แต่ความจริงที่มีก็ทำให้รู้ว่า เราไม่ต้องใช้เวลามากไปกว่านั้น..........................

ภาระและ หน้าที่

posted on 17 Jun 2009 11:21 by taouan-yayouan
การสิ้นสุดของชีวิตในรั้วมหาลัยที่แสนสนุก เสียงหัวเราะ เสียงคุยกันในห้องเรียน เสียงของอาจารย์ที่คอยบ่น คอยว่าเรา ได้เริ่มหายไปแล้ว วันนี้ชีวิตของเราได้เริ่มเข้าสู่อีกก้าวหนึ่งของชีวิต การเริ่มต้นของคำว่า "ชีวิต" แบบจริงๆ ซะที บางครั้งเราโหยหากับความรู้สึกแบบเด็กๆ และเดิมๆ ที่เราเคยเป็น แต่วันนี้เราคงเรียกร้องให้สิ่งเหล่านั้นกลับมาไม่ได้แล้ว คงมีแต่ความรับผิดชอบที่มากขึ้นกว่าเดิม การทำงานแบบที่ต้องเลี้ยงปากท้องของตัวเอง สรุปแล้วเราคิดว่า เราไม่มีความสุขกับชีวิตแบบนี้ แล้วชีวิตที่แท้จริงคืออะไร เราแค่ต้องการเรียนจบมาทำงานแล้วก็มีเงินเดือนใช้ไปวันๆๆ แบบนี้เหรอ เราอยากทำอะไรมากกว่านี้ เพื่อให้สมกับความเป็นบัณฑิตที่เราได้เรียนมาบ้าง ไม่มากก็น้อย แล้ววันนี้เราทุกคนต้องการอะไร คำถามนี้คงไม่มีคำตอบ แต่คงเป็นสิ่งที่เราต้องค้นหาต่อไป!!!
น่าแปลก ที่เดือนนี้ไม่ตื่นเต้นอะไรกับวันเงินเดือนออก ไม่มีอะไรจรรโลงใจ เบื่อ เหนื่อย เซ็ง กับงาน (และคน) จนอยากจะหนีงานไปไกลๆ พักร้อนยาวๆ แต่ก็นะ ทำงานไม่ครบ 1 ปี ไม่มีวันพักร้อน แมร่ง โหด ชิ หาย ใครๆก็บอกว่า ทำงานก็แบบนี้แหละ ไม่มีงานไหนสบาย ไม่มีงานไหนมีแต่ส่วนที่เราชอบ ตกลงงาน มันคือ การจำยอมทำสิ่งที่เราไม่อยากทำ งั้นหรอ ? สำหรับเรา มันใช่อ่ะ ทุกวันนี้เดินเข้าออฟฟิศอย่างเซ็งๆ เห็นบรรยากาศเดิมๆที่เจอแต่เรื่องเซ็งๆ ประสาทรับรู้มันคงจดจำไว้แล้วอ่ะ ว่าสถานที่นี้ มันทำให้เราไม่มีความสุข จนแล้วจนรอด ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ว่าปัญหาทุกวันนี้ มันเกิดจากตัวงาน เพื่อนร่วมงาน ตัวเอง หรือจากทั้งหมดรวมๆกัน (คงเป็นอันนี้แหละ) แต่มันทำอะไรไม่ได้ไง ลาออก จะเอาไรรับประทาน งานที่อื่นจะแฮปปี้กว่านี้จริงหรอ? สมัครแอร์กี่ครั้งมันถึงจะได้ล่ะ? สายการบินที่เบสเมืองไทยก็ไม่มีมาเปิดซะที ทำไมเราเรื่องมาก ทั้งสับสนในตัวเองขนาดนี้นะ?กรี๊ดดดดดดดดดดด นี่ชั้นเป็นอะไรเนี่ยยยยยยยยยยยย เง้ออ ทางออกทางเดียว ที่จะระบายความเครียดคือเอารายได้ไปกระจายสู่ชุมชน หรือแถวบ้านเรียกเอาตังค์ไปละลายนั่นเอง แต่ก็สบายใจขึ้น โล่งกระเป๋า เสร็จแล้วบอกตัวเองว่า เดือนนี้จะประหยัดจริงจังแล้ว ถ้าไม่เครียดขึ้นมาอีก ก็จะไม่พยายามใช้ตังค์ฟุ่มเฟือย ดูแล้วพยายามตอบตัวเองอยู่นะ ว่าชีวิตเรา ความสุขอยู่ที่ไหนกันแน่ คงไม่ใช่ช้อปปิ้งหรอก แต่ยอมรับว่าติดพี่โค๊ช ถ้าให้ตอบแบบไม่เสแสร้ง ก็คงบอกตามตรงว่า ความสุขของอ้อ คือการได้อยู่กับพี่โค๊ช แต่ ชีวิตคนเรามันไม่ได้มีแค่นี้นี่ ตราบใดที่เรายังเอาความสุขตัวเองไปผูกไว้กับคนอื่น ตราบใดที่เรายังไม่สามารถมีความสุขได้ด้วยตัวเอง ชีวิตมันก็จะเป็นแบบนี้นี่แหละ โหยหา เรียกร้อง งี่เง่า อยากเป็นเจ้าของ อยากให้เธออยู่กับฉันคนเดียว .. ถ้าลด ละ เลิก นิสัยพวกนี้ซะ(บ้าง) เราคงจะมีความรัก ที่เรียกว่า"รัก"และ"ปรารถนาดี" กับคนที่เรารักจริงๆ อยากพักจัง อยากไปทะเล ที่ไหนก็ได้ เอาทุกอย่างที่มันอัดแน่นมาตลอด 1 ปีไปทิ้งทะเลได้มั้ย?? ว่าแล้วก็ไปเดินเล่นงานท่องเที่ยวดีกว่า

edit @ 17 Jun 2009 11:20:36 by เด็กหญิงไอซีที